โครงสร้างรายได้

หมายเหตุ  *เบี้ยประกันภัยรับหมายถึงเบี้ยประกันภัยรับตรงและเบี้ยประกันภัยรับต่อแสดงตามงบการเงินรวมโดยไม่รวมเบี้ยประกันภัยของบริษัทร่วม

บริษัทเริ่มประกอบธุรกิจรับประกันวินาศภัยเมื่อปี 2476 โดยครอบครัวหวั่งหลีภายใต้ชื่อ บริษัท หล่วงหลีประกันภัยจำกัด โดยในยุคแรกของการก่อตั้งจะเปิดรับประกันเฉพาะด้านอัคคีภัยและภัยทางทะเลต่อมาในปี 2533 ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วยทุนจดทะเบียน 40 ล้านบาทและในปี 2535 ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 80 ล้านบาทบริษัทได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2536

บริษัทมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนจากมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2539 และวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2545 โดยให้เพิ่มทุนฯจาก 80 ล้านบาทเป็น 210 ล้านบาท (ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 200 ล้านบาท) และเพิ่มทุนฯจาก 210 ล้านบาทเป็น 300 ล้านบาท (ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 279,429,290 บาท) ตามลำดับ

ในปี 2549 ได้จำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ยังไม่เรียกชำระจำนวน 2,057,071 หุ้นเป็นการเฉพาะเจาะจงให้แก่บริษัทไทยสมุทร แอสเซท จำกัด

ในปี 2557 บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 300 ล้านบาทเป็น 310 ล้านบาทและในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2558 ได้มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทอีกครั้งจาก 310 ล้านบาทเป็น 320 ล้านบาทด้วยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 1 ล้านหุ้นมูลค่าหุ้นละ 10 บาทเพื่อรองรับการจ่ายหุ้นปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมซึ่งได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วทั้งจำนวนเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2558

ปัจจุบันบริษัทมีการดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทร่วม1แห่งได้แก่ บริษัท ฟอลคอนประกันภัยจำกัด (มหาชน)โดยบริษัทรับโอนธุรกิจรับประกันวินาศภัยจากบริษัทฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน)เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2549 จำนวน 5,561,392 หุ้นหรือร้อยละ 92.69 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดจำนวน6ล้านหุ้น

ต่อมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2550 บริษัทได้จำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน) ออกไปคงเหลือจำนวน 2,175,992 หุ้นหรือร้อยละ 36.27 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วและวันที่ 15 มกราคม 2558 บริษัทได้จำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทร่วมออกไปอีกเพื่อให้สอดคล้องกับประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยเรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ.2556 คงเหลือจำนวน 1,200,000 หุ้นหรือร้อยละ 20.00 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว

ธุรกิจหลักของบริษัทและบริษัทร่วมคือ การรับประกันวินาศภัยทุกประเภทได้แก่ การประกันอัคคีภัยการประกันภัยทางทะเล และขนส่งการประกันภัยรถยนต์และการประกันภัยเบ็ดเตล็ดแบ่งเป็น

  • การรับประกันภัยโดยตรง ซึ่งบริษัทจะรับประกันภัยผ่านตัวแทน นายหน้า นายหน้านิติบุคคล และสาขาต่างๆ ของบริษัท สัดส่วนการรับประกันภัยโดยตรงเกินกว่าร้อยละ 90 ของเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งสิ้น สำหรับ บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน) จะรับประกันภัยโดยการจำหน่ายตรงและจำหน่ายผ่านบริษัทนายหน้า

  • การรับประกันต่อและจ่ายต่อระหว่างบริษัทประกันวินาศภัยอื่นๆ เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงในการรับประกันภัย

นอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจประกันภัยแล้วบริษัทมีการบริหารจัดการเงินส่วนที่เหลือจากการดำเนินธุรกิจประกันภัยอันเป็นธุรกิจปรกติไปลงทุนโดยประเภทการลงทุนและมูลค่าเงินลงทุนเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)ว่าด้วยเรื่องการลงทุนของธุรกิจประกันวินาศภัยโดยบริษัทมีการกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์หลากหลายประเภท เช่นการฝากเงินกับสถาบันการเงินการซื้อตั๋วเงินคลังพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้การลงทุนในหุ้นและหน่วยลงทุน

เป้าหมายการดำเนินธุรกิจ

บริษัทมีเป้าหมายระยะยาวในการเพิ่มสัดส่วนการรับประกันภัยกลุ่มลูกค้าบุคคลและกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอีกทั้งยังมีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มดังกล่าวโดยการสร้างช่องทางการตลาดใหม่ๆและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าและทันสมัย ตรงต่อความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

บริษัทวางแผนการเติบโตทางธุรกิจโดยมีเป้าหมายระยะกลางสำหรับปี 2558-2562 ที่เน้นเรื่องการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดให้มีการเติบโตที่ยั่งยืนในอนาคตการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการรักษาอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น

การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญในรอบปี 2558

  • ได้ประกาศใช้นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่น และได้รับการรับรองฐานะสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต

  • ได้เปิดสาขาย่อยเพิ่มอีก 2 สาขา ได้แก่ สาขาย่อยระยอง และสาขาย่อยชุมพร

  • ร่วมกับบริษัท เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จำกัด(มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิตที่ได้มาตรฐาน ระดับแนวหน้าของไทย ในการนำเสนอแพ็คเกจประกันภัยรถยนต์ผ่านระบบการขายทางโทรศัพท์ เพื่อขยายฐานลูกค้าผู้ซื้อรถยนต์อีซูซุ